![]() |
|||||
|
บทความเพื่อสุขภาพ
ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้ชัดว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2536-2539) มีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 27% มาถึงปีนี้ (10 ปีผ่านไป) เชื่อว่าด้วยอัตราเพิ่มเดิมจะมีผู้ป่วยมะเร็งใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละ 3 ปี ไม่ต่ำกว่า 100,000 ราย (ปีละไม่ต่ำกว่า 34,000 ราย) ความเข้าใจในสถานการณ์โรคมะเร็ง สาเหตุการเกิดมะเร็งและพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันมะเร็งจึงมีความสำคัญ อย่างยิ่ง
สถานการณ์ของโรคมะเร็ง เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง โรคมะเร็งเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานหลายปีในการก่อให้เกิดโรค ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น มีการควบคุมโรคติดต่อดีขึ้น มีการควบคุมให้อัตราตายของทารกแรกคลอดและเด็กลดลง ทำให้โครงสร้างของประชากรเปลี่ยนแปลงไป มีสารก่อมะเร็งมากขึ้นในสิ่งแวดล้อม และมีการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการสูบบุหรี่ การดื่มสุราและการรับประทานอาหารที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น เพศชาย
มะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกคือ มะเร็งตับ, ปอด, ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก,
ช่องปาก, ต่อมลูกหมาก
การเกิดโรคมะเร็งมีกลไกสลับซับซ้อนหลายขั้นตอน ที่ทำให้เซลล์ปกติมีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็น เซลล์มะเร็ง และเติบโตเป็นก้อนมะเร็ง สาเหตุหรือปัจจัยที่มีส่วนร่วมในการที่จะทำให้คนหรือสัตว์เกิดโรคมะเร็ง คือ 1. ปัจจัยภายในร่างกาย ที่เอื้ออำนวยในการทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง เช่น คุณสมบัติทางพันธุกรรม ภาวะของระบบภูมิต้านทานโรค ภาวะทางโภชนาการ เป็นต้น 2. ปัจจัยจากภายนอก คือ สารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมสุขภาพและสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม มีสารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิด เช่น สารเคมี บุหรี่ เหล้า หมาก การติดเชื้อเรื้อรัง สารจากกระบวนการอุตสาหกรรม ฝุ่นและแร่ธาตุ อาหารและสารที่ปะปนอยู่ในอาหาร รังสี ยาบางชนิดและวิธีการรักษาโรคบางชนิดที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งในคนได้ด้วยกลไกที่ต่างกัน โรคมะเร็งชนิดเดียวกันอาจจะเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่าง ๆ กัน เนื่องจากในแต่ละชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ถ้าจะกล่าวถึงสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในประเทศใด ภูมิภาคใด หรือในท้องถิ่นหรือชุมชนใด อาจมีความแตกต่างกันหรือเหมือนกันก็ได้ การได้รับปัจจัยเสี่ยงหลาย ๆ อย่างรวมกัน จะทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งมากขึ้นและเร็วขึ้น ซึ่งอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดเป็นโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ส่วนใหญ่ของการเกิดโรคมะเร็งมีสาเหตุมาจากวิถีการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากการคาดประมาณสำหรับการตายจากโรคมะเร็งของประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า 30% ของสาเหตุที่ทำให้เกิดการตายจากโรคมะเร็งเกิดจากการสูบบุหรี่ และ 30% จากปัจจัยต่าง ๆ ในอาหาร กินเป็น อยู่เป็น ไม่เป็นมะเร็ง การปฏิบัติตนให้มีพฤติกรรมสุขภาพและการบริโภคที่เหมาะสม จะสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ 30-40% ของโรคมะเร็งทั้งหมด และสามารถลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งได้ประมาณ 3-4 ล้านคนต่อปีในโลก และยังสามารถป้องกันโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดัน โลหิตสูงและโรคกระดูกพรุน พฤติกรรมสุขภาพกับการป้องกันมะเร็ง 1. ไม่สูบบุหรี่ 2. ไม่ดื่มสุราหรือดื่มสุราแต่พอควร ถ้ามีความจำเป็น 3. พฤติกรรมการกิน กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสมกับวัย
โดยกินอาหารให้หลากหลาย อย่ากินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเป็นประจำ เพื่อให้ได้สารอาหาร
ต่าง ๆ ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ และหลีกเลี่ยงการสะสมสารพิษจากอาหาร
อาหารหลัก 5 หมู่ ประกอบด้วย อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วเมล็ดแห้งต่าง
ๆ อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน อาหารหมู่ที่ 3 ผักต่าง ๆ
อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่าง ๆ อาหารหมู่ที่ 5 ไขมันจากสัตว์และพืช เลือกกินอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืช
เช่น เมล็ดถั่วต่าง ๆ งา ข้าวโพด ข้าวกล้อง มันฝรั่ง มันเทศ เป็นต้น กินพืชผักผลไม้สดให้มากเป็นประจำตามฤดูกาล
กินผัก-ผลไม้สดวันละ 500 กรัม เป็นประจำหรือมากกว่าครึ่งของปริมาณอาหารที่กินจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้
20% หรือมากกว่า ในผัก-ผลไม้ มีเส้นใยอาหาร เกลือแร่ วิตามิน และสารหลายชนิด
(Bioactive compounds) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งขบวนการเกิดโรคมะเร็ง
ซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งและเพิ่มภูมิต้านทานโรค กินอาหารที่มีไขมันต่ำ
ในผู้ใหญ่เพศชายควรได้พลังงานวันละ 2,000 แคลอรี เพศหญิง 1,600 แคลอรี
และได้รับไขมันไม่เกิน 25-30% ของปริมาณพลังงานทั้งหมดต่อวัน กินอาหารที่เค็มน้อยและหวานน้อย
กินเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา หรือ 6 กรัมของอาหารทั้งหมดในแต่ละวัน และไม่ควรกินน้ำตาลเกิน
3 ช้อนโต๊ะต่อวัน การปรุงอาหารเนื้อสัตว์ ปิ้ง ย่าง รมควัน ควรห่อด้วยกระดาษอะลูมิเนียมในระหว่างกระบวนการปรุงจะช่วยลดสารก่อมะเร็ง และไม่กินส่วนที่ไหม้เกรียม ควรปรุงอาหารโดยใช้วิธีต้ม นึ่ง อบ หรือใช้ไมโครเวฟแทน จะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งได้ อาหารหมักดองเค็มและเนื้อสัตว์เค็มตากแห้งที่ใส่ดินประสิว (โปแตสเซียมไนเตรท) และสารไนไตรท์ สามารถเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายได้ จึงควรกินอาหารเหล่านี้ให้น้อยลง วิตามินซีสามารถป้องกันการเกิดสารไนโตรซามีนในร่างกายได้ จึงควรกินผักสดร่วมกับอาหารประเภทนี้ อาหารที่มีเชื้อราขึ้น อาจมีสารพิษอัลฟาท็อกซิน (Aflatoxin) ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ ในท้องถิ่นที่มีการระบาดของพยาธิใบไม้ตับ ไม่ควรกินอาหารที่ปรุงจากปลาดิบ ๆ สุก ๆ เช่น ลาบปลา ก้อยปลา หรืออาหารที่ทำจากปลาในตระกูลปลาตะเพียน หรือปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด ถ้ากินเนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ในปริมาณที่มากเป็นเวลานาน จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ไม่ควรกินเกิน 80 กรัมต่อวัน ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว 4. หลีกเลี่ยงการสูดควัน 5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 6. ควบคุมน้ำหนักตัวให้พอดี ไม่ให้อ้วน โดยมีมาตรฐานการวัดความอ้วนจากดัชนีมวลกายที่ 18.5-25. |
สนใจผลิตภัณฑ์ /ตัวแทนจำหน่าย
| |||
บทความเพื่อสุขภาพ
|
| ||||
หาเงินทางเน็ต (รับเงินชัวร์) Google
Adsense
|
|
Our#1 Security
Tip:
Firefox is free and
is considered the |
Copyright © 2006-2007 Detox4myhealth.com
Link Exchange to Detox for My Health
|
<a href="http://www.detox4myhealth.com"
target="_blank"> <img src="http://www.detox4myhealth.com/images/detox_ads88x31.gif"
width="88" height="31" border="0" alt="Detox
ล้างลำไส้ ล้างสารพิษ ด้วยไฟเบอร์ ไม่ต้องสวน"></a>
|
ต้องการแลกลิงค์ เพียงนำ Code
ไปติดในเว็บของท่าน แล้วเมล์มาที่
detox4myhealth.com